การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

สถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้ กับความเห็น “หนุน-ค้าน” โรงไฟฟ้าเทพา

สถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้ กับความเห็น “หนุน-ค้าน” โรงไฟฟ้าเทพา
รายการสปริงนิวส์เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2560 นำเสนอเรื่อง ข้อมูลรอบด้าน “หนุน –ค้าน” โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยมี ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และ ดร. ภิญโญ มีชำนิ ร่วมรายการ โดยผู้ร่วมรายการทั้ง 2 ท่านได้กรุณาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ทำให้ประชาชนได้เห็นมุมมองทั้ง 2 ด้านอย่างน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางประเด็นอาจยังไม่ครบถ้วนชัดเจน กฟผ. จึงขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของภาคใต้และการกระจายเชื้อเพลิงของประเทศ แม้ว่าปัจจุบัน กำลังผลิตสำรองไฟฟ้าของประเทศในปัจจุบันจะค่อนข้างสูง แต่ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป กำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้แม้จะบวกกับการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางแล้วก็ตาม จะไม่เพียงพอต่อความต้องการไฟฟ้าในภาคใต้ รวมทั้งกำลังผลิตสำรองของประเทศจะค่อยๆลดลงเข้าสู่ระดับปกติ ตามมาตรการของแผน PDP2015 ทำให้ต้องมีการจัดหากำลังผลิตเพิ่มขึ้นดังกล่าว

20171201 ART02 02

ที่กล่าวว่าภาคใต้มีกำลังผลิตจำนวน 3,500 เมกะวัตต์นั้น ข้อเท็จจริง ปัจจุบันภาคใต้มีกำลังผลิตไฟฟ้าราว 3,000 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงกับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด 2,700 เมกะวัตต์ เสริมความมั่นคงด้วยสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้อีก 650 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อดูรายละเอียดกำลังผลิตในภาคใต้พบว่า โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันเตา และโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีใช้น้ำมันดีเซล ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง จึงจัดให้เป็นโรงไฟฟ้าสำรองเดินเครื่องเฉพาะกรณีจำเป็น กำลังผลิตที่พึ่งพาได้อย่างมั่นคง จึงมีเพียงโรงไฟฟ้าขนอมและจะนะ รวมกำลังผลิตราว 2,400 เมกะวัตต์ ดังนั้น เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีต้นทุนต่ำ จึงมีการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้ทุกวัน 200 – 600 เมกะวัตต์ ข้อมูลในปี 2559 ภาคกลางส่งพลังงานไฟฟ้าสุทธิไปภาคใต้เฉลี่ยวันละ 2 ล้านหน่วย และปีนี้การส่งพลังงานสุทธิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3 ล้านหน่วย ในอนาคตจึงต้องกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าในพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อความมั่นคงในพื้นที่

ดูเพิ่มเติมสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้

https://www.facebook.com/EGAT.Official/posts/1152437641522943

20171201 ART02 02

เนื่องจากสายส่งจากภาคกลางไปภาคใต้มีข้อจำกัดไม่เกิน 650 เมกะวัตต์ ดังกล่าวมาแล้ว การซื้อขายไฟฟ้าจากลาวผ่านไทยไปมาเลเซีย จึงต้องดำเนินงานตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของทุกฝ่าย สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ลาว-ไทย-มาเลเซีย ในโครงการ LTM(Laos – Thai – Malaysia on Power Integration Project) ไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ ที่ลงนามเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เป็นการกำหนดกติกา ราคา และวิธีการส่ง แต่ไม่กำหนดปริมาณซื้อขายพลังงานแต่อย่างใด การซื้อขายแต่ละครั้ง จะต้องมีการตกลงกันล่วงหน้าทั้ง 3 ฝ่าย ว่าประเทศลาวมีไฟฟ้าเหลือเหลือไม่ ประเทศมาเลเซียมีความต้องการใช้หรือไม่ และสายส่งของไทยเวลานั้นพร้อมหรือไม่ เป็นการทดลองระบบมากกว่า ที่จะมีการซื้อขายกันอย่างจริงจัง ปัจจุบัน ยังไม่มีการส่งไฟฟ้าตามโครงการนี้ เพราะสัญญาจะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2561

ดูเพิ่มเติมโครงการซื้อขายไฟฟ้าลาว มาเลเซีย ผ่านไทย

http://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2168:art-20171006-01&catid=49&Itemid=251



20171201 ART02 03

ในด้านการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รัฐไม่ได้ปิดกั้น กระทรวงพลังงานก็เตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้ารู๊ฟท็อปเสรีเร็วๆ นี้ แต่ประเด็นที่จะต้องพิจารณาคือ หากราคารับซื้อแพง หรือขายเข้ามาในระบบมากเกินไป หรือในเวลาที่ระบบไม่ต้องการ จะกลายเป็นภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และรัฐยังต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักที่พร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้าในเวลากลางคืน และเวลาที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไม่ได้ ซึ่งจะเป็นภาระของประชาชน ซึ่ง ม.ล.กรกสิวัฒน์ ก็ยอมรับว่า การมีพลังงานหมุนเวียนมากจะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงได้ ซึ่งเหตุการณ์ในรัฐแคลิฟฟอร์เนียและรัฐออสเตรเลียใต้ ก็เป็นบทเรียนที่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพง และไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง ดังที่ทั่วโลกทราบกันดี

กฟผ. ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ในเรื่องการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ทั่วโลกมีบทเรียนที่ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น แม้ปัจจุบันต้นทุนการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนจะลดลงมามามากแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถผลิตได้อย่างมั่นคง และยังมีต้นทุนการสำรองของระบบที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศเราไม่ใช่ประเทศร่ำรวย ผู้ใช้ไฟฟ้า ก็คือประชาชนโดยส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เป็นกิจการต่างๆ ซึ่งก็คือแหล่งอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าค่าไฟฟ้าแพงก็จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตได้ ทั้งทางตรงคือค่าไฟฟ้าตามบ้าน และทางอ้อมคือการจ้างงานที่จะลดลงจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง กระทรวงพลังงานจึงมีแผนส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว

https://www.facebook.com/TonRuengSpringNews/videos/368702830222886/https://www.facebook.com/TonRuengSpringNews/videos/368702830222886/ (นาที่ที่ 29.30)

เปิด: 12 ครั้ง
ความคิดเห็น
ข้อความการแสดง "ความคิดเห็น" ที่ท่านได้อ่านบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้ดูแลเว็บไซด์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ที่ได้ปรากฎขึ้นบนเว็บไซต์แห่งนี้ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@insanpost.com เพื่อที่ทางเราจะได้ดำเนินการทันที
ไม่มีความคิดเห็น
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น
จากคุณ:
ความคิดเห็น:
รหัสส่งข้อมูล:
ลงโฆษณาตรงนี้ สนใจติดต่อ โทรฯ : 089-6524002
อ่าวนางปริ้นซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา

ประกาศผลฯ